วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

car free day 2012


กิจกรรมสาธารณที่แฝงเอาไว้ด้วยโอกาสในการเยียวยาชุมชนบนพื้นฐาน "คนด่านซ้าย ไม่ทอดทิ้งกัน"
นำโดยนายแพทย์ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ประธานจัดกิจกรรม DanSai Car Free Day 2012 ร่วมกับอาจารย์เฉลิมเกียรติ กิตติพงศ์พิทยา ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้ายพร้อมด้วยสมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้าย เด็กๆ เยาวชน ประชาชนชาวด่านซ้าย เข้าร่วมกิจกรรมวันลดการใช้พลังงานช่วยลดภาวะโลกร้อนประจำปี 2012  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


ลำดับกิจกรรม

  • เวลา 06.00 น. ลงทะเบียนรับของที่ระลึก ณ หน้าอาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
  • เวลา 08.00 น. ร่วมกันร้องเพลงชาติ
  • เวลา 08.15 น. ออกปั่นจักรยานเพื่อเคารพสักการะองค์พระธาตุศรีสองรัก อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวด่านซ้าย ร่วมทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบ
  • เวลา 10.00 น. ร่วมทำกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อเยี่ยมชุมชนกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เยียวยาผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในเขตอำเภอด่านซ้าย
ติดตามภาพกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.424599244263939.98962.200290973361435&type=1

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555



จะหลีกหนีตะคริวได้อย่างไร !!?
นักกีฬาเกือบทุกคนรู้จักคำว่า "ตะคริว" เพราะมันเคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อนมากบ้าง น้อยบ้าง แต่จะมีน้อยคนที่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีวิธีการหลีกหนีจากมันได้อย่างไร ถ้าตระคิวเกิดขึ้นกับใครก็สร้างความเจ็บปวดให้กับคนนั้นอย่างรุนแรง ถ้าเป็นมากก็ต้องหยุดเล่นกีฬานั้น ๆ เพื่อปฐมพยาบาลกันก่อน และย่อมมีผลต่อการแข่งขันในทัวนาเม้นท์นั้นอย่างแน่นอน
การเป็นตระคิวที่กล้ามเนื้อโดยแท้จริงแล้วไม่ได้ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บและอ่อนเปลี้ยเป็นเวลานาน เพียงแต่ถ้าเป็นแล้วอาจทำให้นักกีฬาผู้นั้นต้องหยุดเล่นชั่วคราว และทำให้ควมสามารถหรือสมรรถนะในการเล่นกีฬานั้น ๆ ต้องถดถอยไปเมื่อลงเล่นต่อ อีกทั้งโอกาสที่จะเป็นตะคริวซ้ำก่อนจบการแข่งขันก็ยังมี
การเป็นตะคริวที่ขาเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการวิ่งหรือใช้กำลังมาก ๆ เช่นฟุตบอล วิ่งระยะไกล และจักรยานเป็นต้น แต่ในกีฬาประเภทอื่น ๆ เช่น เทนนิส ก็สามารถเป็นตะคริวได้ง่ายเมื่ออยู่ในสภาพสนามแข่งขันที่มีอากาศร้อนมาก ๆ

ตะคริวคืออะไร ?
เรามาทำความรู้จักกับคำว่าตะคริวอีกครั้งว่ามันคืออะไร ทำไมต้องมาเป็นศัตรูร้ายของนักกีฬา "ตะคริว" มักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เชื้อเชิญ โดยเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ หรือมัดกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
  1. พวกที่เกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อสลับกับการคลายตัวประเภทหนึ่ง
  2. พวกที่ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ คือประเภทที่หดตัวแล้วคงสภาพนั้น จนกว่าจะได้มีการนวด หรือยืดกล้ามเนื้อ
ตะคริวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย แต่ส่วนที่เกิดขึ้นบ่อยและสร้างความเจ็บปวด ได้แก่กล้ามเนื้อน่อง ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการวิ่ง และกระโดด และอีกส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยคือ มัดกล้ามเนื้อส่วนหลัง (Hamstrings) และส่วนหน้า (Quadriceps)

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดตะคริว ?
ถึงแม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงและยังไม่ทราบที่มาอย่างแน่ชัด แต่ที่ชัดเจนก็คือการออกกำลังกายที่มากเกินไป ผสมผสานกับความร้อนสูงที่เกิดขึ้นเป็นตัวก่อเหตุที่สำคัญ Dr.Bert Mandelbaum กล่าวว่า "การสูญเสียน้ำ อุณหภูมิที่สูงจัดของร่างกาย การสูญเสียไกลโคเจน (น้ำตาลที่สะสมในกล้ามเนื้อ) ตลอดจนการสะสมของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดตะคริวได้ง่าย สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดตะคริวก็คือ ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ความขาดแคลนแคลเซียมและโรคไต"
ส่วนนักกีฬาผู้ใดที่ไม่อบอุ่นร่างกายให้เพียงพอก่อนการเล่นกีฬาและการแข็งขัน หรือไม่คุ้นเคยกับอากาศที่ร้อน ที่มีความชื้นสูง ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นตะคริวได้ง่ายเช่นกัน

ถ้าเป็นแล้วควรทำอย่างไร ?
พวกเราเคยเห็นผู้ฝึกสอน หรือโค้ชกำลังนวดหรือยืดกล้ามเนื้อขาของนักกีฬาที่บาดเจ็บ ขยับเท้าและส้นเท้าไปมา นวดกล้ามเนื้อน่องอย่างขมีขมัน ภาพอย่างนั้นเชื่อได้แน่เลยว่า เป็นการแก้อาการบาดเจ็บที่เกิดจากตะคริว
Dr.Mandelbaum แนะนำว่า "ท่านต้องยืดกล้ามเนื้อที่หดตัวอย่างแข็งขันและจริงจัง การนวดนั้นรวมไปถึงการดันฝ่าเท้าขึ้นหรือดึงปลายเท้าเข้าหาตัวแล้วหยุดนิ่งไว้สักพัก กับการดันฝ่าเท้าขึ้นลง เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและทำงานได้ปกติ" ต่อจากนั้นก็ควรนวดกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อช่วยลดอาการปวดซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่กล้ามเนื้อคลายตัว

การป้องกัน
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีวิธีการป้องกันอย่างได้ผลเด็ดขาดที่จะไม่ให้เกิดตระคิว แต่นักกีฬาก็สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเป็นได้ ถ้าปฏิบัติดังนี้ :
  • ดื่มน้ำมาก ๆ และกินอย่างถูกวิธี Dr.Mandelbaum กล่าวไว้ว่า "ปฏิกริยาที่เกิดจากการผสมน้ำกับ (Hydration) เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง จึงสำคัญมากที่ร่างกายจะต้องมีความสมดุลของของเหลว คาร์โบไฮเดรท และเกลือแร่ สำหรับนักกีฬาที่ต้องอยู่ภายใต้สภาวะกดดันทางกายภาคนาน ๆ ในสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูง ยิ่งทำให้ต้องการความสมดุลของอาหารมากกว่าปกติ สภาพการขาดไกลโคเจนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และวิธีการเสริมสร้างเพื่อมิให้ขาดแคลนก็ควรทำอย่างยิ่งในช่วงวันก่อนการแข่งขัน นั้นแหละคือเวลาที่ควรเริ่มสั่งสมน้ำ คาร์โบไฮเดรท และไกลโคเจน ให้เต็มที่ นอกเหนือไปจากการกินก่อนการแข่งขัน การดื่มน้ำอย่างเพียงพอระหว่างเกมส์ก็เป็นเรื่องสำคัญพอ ๆ กัน
  • มั่นใจว่าได้อบอุ่นร่างกายอย่างถูกต้องแล้ว และอย่างเพียงพอก่อนการแข่งขันจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการกล้ามเนื้อตึงตัวและยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดตะคริวได้อีกด้วย
  • ฟิตซ้อมอยู่เสมอ อย่างที่เรารู้ ๆ กัน ถ้าฟิตไม่พอ แข่งคราวใดก็จะเป็นตะคริวครานั้น ดังนั้นความฟิตทางด้านแอโรบิค และ แอนแอโรบิค จึงสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดตะคริว
  • ค่อย ๆ ปรับตัวเพื่อจับสภาพสุดโหดในสนามแข่ง เวลาซ้อมก็ควรให้ร่างกายคุ้นเคยกับสภาพอากาศในวันแข่งขันจริงบ้าง เช่น ความร้อนกลางแดดขนาดเกือบ ๆ 40 องศา ถ้านักกีฬาปรับตัวได้ยากก็จะมีโอกาสเป็นตะคริวได้ง่าย


ด้วยสภาพอากาศบ้านเราเป็นเมืองร้อน ถ้าจะให้สนุกกับการปั่นจักรยานนาน ๆ ก็ต้องมีร่างกายที่ทนทรหดพอสมควร หากเป็นตะคริวเมื่อไหร่ก็หมดสนุกเมื่อนั้น คราวหน้าหวังว่าเพื่อนนักปั่นทุกคนคงไม่เป็นตะคริวกันอีกแล้วนะครับ


ตะคริว ศัตรูร้ายที่สร้างความเจ็บปวดให้กับนักกีฬา เมื่อพูดถึงตะคริวมีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักศัตรูร้ายตัวนี้ และเป็นสิ่งที่นักกีฬาทั้งหลายไม่พึงปรารถนาให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่เพียงแต่นักกีฬา แม้แต่บุคคลอื่นทั่วไปก็ไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับตนเองเช่นกัน สำหรับนักกีฬาทุกคนแล้ว หากเมื่อไหร่เจ้าศัตรูร้ายตัวนี้เข้ามาเยือนแล้ว นอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว เป็นอันว่ากิจกรรมการแข่งขันหรือทัวร์นาเม้นท์นี้คงต้องยุติลงโดยปราศจากรางวัลเกียรติยศใด ๆ


ตะคริวนั้นร้ายกาจขนาดไหน!!? ตะคริว คืออาการเกร็งของก้อนกล้ามเนื้อที่เกิดจากการหดของกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius) และกลุ่มกล้ามเนื้อขาตอนบน (Quadriceps) อาการหดตัวชนิดนี้ จะแตกต่างจากลักษณะปกติของกล้ามเนื้อในขณะที่มีการเคลื่อนไหวซึ่งจะหดตัว คลายตัวสลับกันไป แต่ตะคริวจะเกิดจากการหดตัวอย่างรุนแรงและไม่คลายตัวง่าย ๆ ทำให้เกิดการเจ็บปวดอย่างมาก เมื่อเป็นที่กล้ามเนื้อใดแล้ว ถ้ามิได้รับการแก้ไขในทันท่วงทีอาจจะลุกลามแผ่กระจายไปสู่กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่อยู่ในกลุ่มกล้ามเนื้อเดียวกัน ตะคริวจะเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อส่วนนั้น ขาดพลังงานและแร่ธาตุสำคัญ ๆ ที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงได้แก่ เกลือแร่ แมกนีเซียม โปรตัสเซี่ยม แคลเซี่ยม ละโซเดี่ยม ซึ่งการขาดสิ่งเหล่านี้มักจะมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ออกกำลังกาย เกินระดับความสามารถของตนเอง เกิดจากการขาดน้ำที่จะช่วยนำพลังงาน และแร่ธาตุไปสู่กล้ามเนื้อเกิดจากการบริโภคสารอาหารที่จำเป็น และเกิดจากการจัดลักษณะความพอดีของการจัดท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง และจากการใช้พลังงานกล้ามเนื้อมากเกินจนเกิดการเมื่อยล้า มีการหลั่งกรดแลคติก (Lactic Acid) ออกมากเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เนื่องจากร่างกายส่งพลังงานและแร่ธาตุที่จำเป็นเข้าไปทดแทนในกล้ามเนื้อที่ทำงานอย่างหนักนั้นไม่ทัน อีกทั้ง การที่่ระให้กรดแลคติกสลายตัวไปนั้นจะต้องใช้เวลาพอสมควร อาการนี้จะเกิดง่ายในช่วงของการออกกำลังกายเหนือระดับแอโรบิก (Aerobic) คือช่วงที่ร่างกายทำงานโดยใช้พลังงานมาจากที่สะสมไว้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ใช้ออกซิเจนเข้ามาช่วย

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในร่างกายของคนเรานั้นมีน้ำอยู่ถึง 60 % ดังนั้นอาการขาดน้ำก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ซึ่งการขาดน้ำนั้นเกิดจากขณะร่างกายออกกำลังกาย จะมีการเผาผลาญพลังงานอย่างมาก เกิดความร้อนขึ้นภายในร่างกายและระบบอัตโนมัติของร่างกายก็ย่อมจะต้องระบายความร้อนออกสู่ภายนอกในรูปของเหงื่อ (Sweat) ซึ่งจะขับออกมาในอัตราประมาณ 1-2 ลิตร ต่อชั่วโมง เมื่อระดับน้ำลดลงประมาณของเลือดก็ลดลงตามไปด้วย การส่งสารอาหารและออกซิเจนไปสู่กล้ามเนื้อก็ลดลงด้วย โดยปกติถ้าร่างกายสูญเสียน้ำไปแค่ 5 % ของน้ำหนักตัว ก็มักจะทำให้เกิดตะคริวขึ้น และมีอาการเกี่ยวเนื่องตามมาด้วยคือ อาการวิงเวียน เมื่อกล้ามเนื้อเกิดการสะสมความร้อนขึ้น ก็จะมีอาการลมแดด (Heat-Stroke) ตามมาได้จะเห็นได้ว่านักจักรยานที่ขี่ในระยะทางไกล ๆ จะดื่มน้ำอย่างมาก ซึ่งบางครั้งก็มีเครื่องดื่มเกลือแร่ผสมเข้าไปด้วยเพื่อชดเชยน้ำและแร่ธาตุบางอย่างที่สูญเสียไปกับเหงื่อ จากการศึกษาพบว่า อัตราการถดถอยของพลังงานจะลดลงในอัตราส่วน 15 % ต่อการสูญเสียเหงื่อทุก ๆ 2 % ของน้ำหนักร่างกาย


อย่างไรก็ตาม การเกิดตะคริวที่ขานั้นเป็นข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าร่างกายขาดความสมดุลย์ในด้านโภชนาการ ในที่นี่รวมถึงแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการช่วยเผาผลาญพลังงาน นอกจากคาร์โบไฮเดรท ไขมันและโปรตีน รวมไปถึงลักษณะความพอดีของจักรยาน (Fit and body position) กับสัดส่วนผู้ขับขี่เช่น ระดับอานที่สูงหรือต่ำเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดต่อกล้ามเนื้อขา และหัวเข่า หรือแม้แต่รูปร่างของอาน บางแบบ ก็ไม่เหมาะกับคนบางคนได้ เนื่องจากอาจจะเกิดการกดทับเส้นเลื่อดที่ส่งมาเลี้ยงขาก็เป็นได้


เมื่อรู้ถึงสาเหตุของการเกิดตะคริวแล้ว ก็จะเกิดคำถามตามมาว่า แล้วจะระวังไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะบริโภคอาหารทุกอย่าง ที่จำเป็นเพื่อป้องกันการเกิดตะคริวแล้วก็ตาม แต่ถ้าร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาดการฝึกฝน ฝึกซ้อมให้ออกกำลังหนัก ๆ เป็นเวลานาน แล้วตะคริวก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยง หลบหนีตะคริวได้ตลอดรอดฝั่ง นักจักรยานทั้งหลายก็ควรจะฝึกซ้อมให้มาก ๆ โดยกำหนดการฝึกซ้อม ให้สม่ำเสมอ และมีระยะที่ยาวนานเพียงพอ มิใช่จะแข่งอยู่สัปดาห์หน้า เพิ่งจะซ้อมเอากลางสัปดาห์ และในขณะฝึกซ้อมควรจะดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 ลิตร ต่อชั่วโมง ในวันที่อากาศร้อนจัด มีความชื้นสูง ก็ควรดื่มน้ำมากกว่านั้น ควรระวังการบริโภคสิ่งที่มีสารกาแฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะทั้งสองอย่างเป็นตัวเร่งการขับถ่ายน้ำออกจากร่างกาย เมื่อปวดปัสสาวะก็ไม่ควรกลั้นไว้ เคยมีคนเข้าใจผิด ๆ ว่าจะเป็นการระบายน้ำทิ้ง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ แต่ต่อมากลายเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ


นอกจากน้ำ ก็ควรคำนึงถึงอัตราส่วน ของสารอาหารที่บริโภคเข้าไปด้วย ควรให้อยู่ในอัตราส่วนไขมัน 20 % โปรตีน 20 % และคาร์โบไฮเดรท 60 % ร่างกายสามารถสะสมพลังงานได้ประมาณ 2,000 แคลลอรี่ และในขณะที่ออกกำลังกายร่างกายจะเผาผลาญหรือใช้พลังงานไปในอัตรา 500 แคลลอรี่ต่อชั่วโมง ดังนั้น หลังการออกกำลังกายอย่างหนัก ก็ควรที่จะรับประทานอาหารเพื่อเข้าไปชดเชยและสะสมเป็นพลังงานทดแทนที่ใช้ไป


การเกิดตะคริวที่ขานั้น เป็นข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าร่างกายขาดความสมดุลย์ในด้านโภชนาการ ในที่นี้รวมถึงแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหาหรือเป็นตะคริวอย่างต่อเนื่อง ก็ควรที่จะบริโภคอาหารที่ประกอบด้วย แมกนีเซียม และแคลเซียมสูง เพราะทั้งสองชนิดนี้มีความสำคัญ ต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ มิใช่แต่บริโภคอย่างเดียว กล้ามเนื้อก็เป็นสิ่งที่ต้องดูแลเอาใจใส่ด้วย โดยก่อนออกกำลังกายก็ควรที่จะทำการ วอร์มอัพเสียก่อนทุกครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อ ในช่วงของการวอร์มอัพนี้ ควรให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับ 55 % ของอัตราการเต้นสูงสุด (อัตราการเต้นสูงสุดของร่างกาย = 220 - (ลบ) จำนวนอายุ) การวอร์มอัพนี้ก็เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตไปสู่กล้ามเนื้อ และพร้อมที่จะทำงานเต็มที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มีการศึกษาและทดสอบพบว่า ผู้ที่ได้วอร์มอัพจะออกกกำลังกายได้นานและรวดเร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้วอร์มอัพเลย อีกอย่างหนึ่งก็คือควรหลีกเลี่ยงการยืดกล้ามเนื้อก่อนการแข่งขัน เพราะปรากฎว่ามักก่อเกิดอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นต้นเหตุของตะคริวมากกว่า จึงควรที่จะทำภายหลังจากการออกกำลังกายจะดีกว่า เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับสู่สภาพปกติ


ทำอย่างไรเมื่อเวลาที่จะเกิดตะคริว!!? ก่อนการเป็นตะคริวมักจะมีอาการเตือนให้ทราบล่วงหน้าและบ่อยครั้ง โดยมีอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อระยะสั้น ๆ เบา ๆ และรู้สึกไม่มีกำลังเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะที่น่องก่อนที่จะจับตัวอย่างถาวร ถ้าเกิดอาการเตือนอย่างนี้ ควรลดการออกกกำลังกายให้เบาลง ด้วยการลดเกียร์จากเกียร์หนักมาเป็นเกียร์เบา และควรที่จะหยุดพักดื่มน้ำ และบีบนวดกล้ามเนื้อเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่กำลังจะเป็นตะคริว แต่ถ้าเกิดระวังไม่ทัน เกิดตะคริวจับที่น่อง ก่อนอื่นให้ปรับเกียร์เบาและลดรอบขาให้ช้าลง และพยายามยืดกล้ามเนื้อด้วยการกดส้นเท้าลงให้ปลายเท้าชี้ขึ้น โดยใช้บันไดเป็นตัวค้ำยันเท้าไว้ (ในกรณีที่ยังขี่รถอยู่) การกระทำเช่นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อน่องยืดออกเป็นการคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อน่อง ทำค้างไว้นานประมาณ 30 วินาที แล้วพักการกดเท้าสักครู่ แล้วทำซ้ำอย่างเดิม แต่ถ้าเป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อส่วนบน หรือบริเวณหน้าขา ให้ลงจากรถทันที ค่อย ๆ ลง อย่าพรวดพราดลง มิฉะนั้นจะเกิดการเกร็งอย่างมาก อาจจะมีผลต่อกล้ามเนื้ออื่นได้ เมื่อลงจากรถแล้วให้นั่งลงโดยให้ขาข้างที่เป็นตะคริวงอพับหัวเข่า ให้ส้นเท้าเข้ามาอยู่ติดโคนขา หรือบริเวณเป้ากางเกง และยืดขาข้างที่ไม่ได้เป็นออกไปด้านหน้า พยายามยืดออกไปให้สุดโดยไม่ต้องเกร็งหัวเข่า จากนั้นให้โน้มตัวไปด้านหน้า คือไปทางขวาข้างที่ไม่ได้เป็นตะคริว จนรู้สึกตึงที่ส่วนหลังของขาท่อนบน ทำค้างไว้ 30 วินาที แล้วเอนตัวมาด้านหลัง โดยใช้ข้อศอกรองรับตัวจนรู้สึกว่าตึงที่กล้ามเนื้อหน้าขา ทำค้างไว้ 30 วินาทีเช่นกัน ต่อไปก็สลับข้างทั้งการจัดวางขาและการโน้มตัว เพื่อให้กล้ามเนื้อทั้งสองส่วนได้ยืดครบทั้งสองขา และเมื่อกลับถึงบ้านให้บีบนวดกล้ามเนื้อเบา ๆ รวมทั้งยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ


อีก 1 วิธีเพื่อป้องกันการเกิดตะคริว เนื่องจากขาดสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ โปรตัสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ก็โดยฝึกการรับประทาน กล้วย ให้สม่ำเสมอก่อนการแข่งขัน และในช่วงของการแข่งขันด้วย เพราะในกล้วยจะมีสารอาหารทั้งสามอย่าง และสารสำคัญอื่น ๆ อยู่มากมาย โดยเฉพาะกล้วยหอม จะมีโปรตัสเซียมสูงกว่ากล้วยชนิดอื่น ๆ และอย่าลืมดื่มน้ำ รวมทั้งฝึกซ้อมมาก ๆ เช่นกัน


ขอบคุณบทความจากนิตย์สาร "เสือภูเขา" ปีที่ 2 ฉบับที่ 14 มีนาคม 2543 โดย : กฤษฎา